Archives

มีรถทั้งหมด 35 คัน
รูปแบบการแสดง : ตาราง รายการ

HONDA CITY 1.5 SV 2011

“เฉลิมชัยรถบ้าน ขอนำเสนอรถ

2011 อัตโนมัติ 1.5 L
 
เพิ่มในรายการเปรียบเทียบ ดูเพิ่ม

HONDA CITY 1.5 V+ 2016

“เฉลิมชัยรถบ้าน ขอนำเสนอรถ

2016 อัตโนมัติ 1.5 L
 
เพิ่มในรายการเปรียบเทียบ ดูเพิ่ม

HONDA CITY 1.5 V 2014

2014 อัตโนมัติ 1.5 L
 
เพิ่มในรายการเปรียบเทียบ ดูเพิ่ม

HONDA CITY 1.5 S 2010

2010 อัตโนมัติ 1.5 L
 
เพิ่มในรายการเปรียบเทียบ ดูเพิ่ม

HONDA CITY 1.5SV 2014

2014 อัตโนมัติ 1.5 L
 
เพิ่มในรายการเปรียบเทียบ ดูเพิ่ม

HONDA CITY 1.5V 2014

2014 อัตโนมัติ 1.5 L
 
เพิ่มในรายการเปรียบเทียบ ดูเพิ่ม

HONDA CITY 1.5 S 2012

2012 อัตโนมัติ 1.5 L
 
เพิ่มในรายการเปรียบเทียบ ดูเพิ่ม

HONDA CITY 1.5 V 2009

2009 อัตโนมัติ 1.5 L
 
เพิ่มในรายการเปรียบเทียบ ดูเพิ่ม

HONDA CITY 1.5 S 2016

2016 อัตโนมัติ 1.5 L
 
เพิ่มในรายการเปรียบเทียบ ดูเพิ่ม

HONDA CITY 1.5S 2014

2014 อัตโนมัติ 1.5 L
 
เพิ่มในรายการเปรียบเทียบ ดูเพิ่ม

Honda city 1.5 I-VTEC

สำหรับ รถมือสอง Honda City 2009-2013 เป็นรถมือสอง ซิตี้ คาร์ จากค่าย Honda ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ i-VTEC ขนาด 1.5 ลิตร 120 แรงม้า นอกจากนี้ ซิตี้ ยังมีระบบควบคุมลิ้นปีกผีเสื้อแบบอิเล็กทรอนิกส์ DBW ระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบเกียร์ธรรมดา และเบาะนั่งดีไซน์สปอร์ตใหม่ โอบกระชับ ปรับระดับสูง-ต่ำได้ตามความต้องการ พร้อมไฟคู่หน้า และกระจังหน้าที่ออกแบบใหม่หมด ซึ่งเป็นดีไซน์ทันสมัย ดูโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น  มาพร้อมระบบกระจายแรงเบรก ระบบเสริมแรงเบรกและระบบกันล้อล็อค พร้อมเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับอัตโนมัติ เพิ่มความปลอดภัยในยามขับขี่มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารรู้สึกอุ่นใจในทุกการเดินทางด้วย ฮอนด้า ซิตี้ มือสอง ส่วนภายในจะมาพร้อมระบบเครื่องเสียงที่เต็มไปด้วยคุณภาพ และเทคโนโลยีเต็มเปี่ยม สามารถปรับ และควบคุมการใช้งานเครื่องเสียงผ่านพวงมาลัยได้อย่างง่ายดาย สำหรับราคา ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่นี้จะเริ่มต้นที่ 534,000 บาท และสำหรับรถมือสองราคาลงมาถือว่า ซึ่งโดยรวมถือว่ารถมือสองเป็นรุ่นที่น่าสนใจมาก เพราะมีระบบเทคโนโลยีใหม่ๆ เยอะ แถมยังเหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไปในวันเร่งรีบ

ต่อมา ฮอนด้า ซีตี้ได้ปรับโฉม ในปี 2014  ซึ่งเป็นรถมือสองที่ยังคงขายดีอีกรุ่น และยังคงครองยอดขายในตลาดได้ดีทีเดียว ฮอนด้า ซิตี้ มือสอง โฉมนี้ จะมี 5 รุ่นให้เลือกในประเทศไทย

คือ รุ่น S (เกียร์ธรรมดา), V , V+ , SV และ SV+

สำหรับเครื่องยนต์ก็ยังใช้เครื่องยนต์ตัวเดิม ขนาด 1.5 ลิตร แต่พละกำลังถูกลดลงเล็กน้อยลงเหลือ 117 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 146 นิวตัว-เมตรที่ 4,700 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ CVT พร้อมระบบ Paddle Shift 7 สปีด และมีเกียร์ธรรมดา 5 สปีดในรุ่นล่างสุด รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E85 ในทุกรุ่นย่อย พร้อมกับระบบ Econ Assist ที่ช่วยให้การขับขี่ประหยัดน้ำมันมากขึ้นพร้อมทั้งยังมีโครงสร้างนิรภัย G-CON ระบบป้องกันการล็อกล้อ ABS ระบบควบคุมการทรงตัว VSA ระบบช่วยออกตัวในทางชัน HSA (ยกเว้นรุ่นเกียร์ธรรมดา) และไฟเตือนการเบรกกระทันหัน ESS เป็นอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยมาตรฐานในทุกรุ่นย่อย และตั้งแต่รุ่น V+ ขึ้นไปจะมีเสาครีบฉลาม (Shark Fin) และหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รุ่นปรับโฉม รุ่นปรับโฉมของฮอนด้า ซิตี้ ได้เผยโฉมเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2560 โดยมีการเปลี่ยนแปลงภายนอกคือ กระจังหน้าแบบใหม่ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับฮอนด้า ซีวิค และได้ใช้ไฟหน้าและไฟตัดหมอกแบบ LED ในรุ่น SV และ SV+ ส่วนไฟส่องสว่างในเวลากลางวันแบบ LED มีมาให้ในทุกรุ่นย่อย ในรุ่น V และ V+ เพิ่มฟังก์ชันกระจกมองพับเก็บด้วยไฟฟ้า ภายในมีการปรับปรุงบริเวณหน้าจออินโฟนเทนเมนต์เล็กน้อยและมาตรวัดแบบใหม่ส่วนระบบความปลอดภัยได้มี ABS, VSA, HSA, ESS ในทุกรุ่นย่อย กล้องมองหลังเวลาถอยจอดปรับมุมมองได้ 3 ระดับ (เฉพาะรุ่น V+, SV, SV+) และถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่งสำหรับรุ่น SV+ เท่านั้น ส่วนรุ่นที่เหลือได้ถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 ตำแหน่ง ซึ่งเหมือนเดิมทุกอย่างเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนปรับโฉม

ฮอนด้าซิตี้ (Honda City) 2018  ได้มีการปรับโฉมอีกครั้งซึ่งยังคงเป็นรถมือสอง ที่มีให้เลือกด้วยกัน 5 รุ่น ได้แก่ S (เกียร์ธรรมดา) , S , V , V+ , SV , SV+

สีภายนอก 5 สี ประกอบด้วย Cosmic Blue Metallic สีน้ำเงิน, White Orchid Pearl สีขาว, Modern Steel Metallic สีเทา, Crystal Black Pearl สีดำ, Taffeta White สีขาว, Lunar Silver Metallic สีเงิน

Honda City SV+ 2018 ราคาจะอยู่ที่ 550,000 ฿ - 751,000 ฿

สำหรับห้องโดยสารภายใน

-เมื่อเปิดประตูด้วยระบบ Keyless  เข้ามา  จะพบวัสดุหุ้มเบาะภายในเป็นผ้า

-พื้นที่ภายในที่ดูกว้างขึ้น รำคาญพนักพิงหัวและเบาะที่ดู อาจนั่งไม่สบายมากนัก

-พื้นที่ห้องโดยสารตอนหลังนั่งสบายขึ้นขยายความกว้างของพื้นที่หัวไหล่เพิ่ม 40มม.

-พื้นที่วางขาเพิ่มอีก 60มม.

-เบาะตอนหลังพับ 60:40 ได้ ในรุ่น SV และ SV+ ซึ่งต้องดึงปุ่มพับเบาะที่ห้องโดยสาร
ตอนหลัง  จึงสามารถพับลงได้

-  ด้านเครื่องปรับอากาศเป็นระบบแอร์อัตโนมัติ   ที่การใช้งานถือว่าทำได้เย็นฉ่ำ

-รูปแบบใหม่ของ Honda  ปรับ 4 ทิศทาง  มีสวิทช์ Multifunction  และ Cruise Control   รวมถึงปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์   พร้อมแป้น Paddle Shift  ขนาดเล็ก ยึดติดกับตัวพวงมาลัย

-  ส่วนระบบเชื่อมต่อก็มีครบ ทั้ง USB, AUX in  จนถึงสาย HDMI  แต่จะไม่มี CD Slot

ขุมพลังเครื่องยนต์  

   -ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบ SOHC  i-VTEC   1,497cc  แต่มีการปรับจูนใหม่  เพื่อให้รอบรับกับเกียร์ CVT ลูกใหม่ และ รองรับน้ำมัน E85

-ได้แรงม้าสุทธิ 117 แรงม้า @6,000rpm  และ แรงบิด 146Nm@4,700rpm

-มีตัวเลขเคลม  อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน  17.7 กม./ลิตร  (เบนซิน)   และปล่อย CO2 อยู่ที่ 133 กรัม/กม.

-ตัวเลขสมรรถนะ 0-100 กม./ชม. ใน  12.054 วินาที   ¼ mile 19.257 วินาที     (โหมด D)

0-100 กม./ชม. ใน  11.731 วินาที   ¼ mile 18.687 วินาที     (โหมด S)

-ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองจากมาตรวัดหน้าจอการวิ่งเดินทางไกลเฉลี่ยที่ความเร็ว 100-110 กม./ชม.
ได้ค่าเฉลี่ย  17.3 กม./ลิตรและหากวิ่งแช่ที่ความเร็ว 100 กม./ชม.แบบรักษาคันเร่งให้เนียนที่สุด
ตัวเลขออกมาสวยที่ 18.1 กม./ลิตร สำหรับการวิ่งใช้งานเฉลี่ยเกือบทั้งทริปที่เราได้นำรถมา
จะได้ 16.1 กม./ลิตร

ระบบส่งกำลังเกียร์  

-  การขับขี่จากตำแหน่งเกียร์ D ก็สามารถ Shift เปลี่ยนเกียร์ได้เลยจาก แป้นที่พวงมาลัย

-การใช้ Engine Brake  ในการลดความเร็วแบบกระทันหันเสียมากกว่า   ซึ่งจะได้แรงดึงจากเครื่องยนต์พอสมควร ช่วยชะลอความเร็วได้ดีเยี่ยม

-ความเร็วต่อรอบ เครื่องยนต์  ได้ทำการวัด 3 ค่า 80 กม./ชม. = 1,500rpm

100 กม./ชม.= 1,900rpm 120 กม./ชม= 2,250rpm

ระบบบังคับเลี้ยว 

- เป็นพวงมาลัยแร็คแอนด์พีเนียน   ผ่อนแรงไฟฟ้า EPS  แบบ 3 ก้าน

- ดูเบาสัมผัสได้ถึงระบบมอเตอร์ช่วยผ่อนแรง กำลังทำงาน   แต่ไม่เบาหวิวคล่องตัว

ระบบกันสะเทือน 

- ด้านหน้าเป็นแบบแม็กเฟอร์สันสตรัท   และด้านหลังแบบ ทอร์ชั่นบีม

ระบบเบรก

- ด้านหน้าเป็นแบบดิสก์แบบมีครีบระบายความร้อนมาให้    และด้านหลังเป็นแบบดรัม

- การที่ปรับลดสเป็กนั้น   ไม่ได้ทำให้สมรรถนะในการด้านการหยุดรถ นั้นดูแย่ลง ในเชิงของความรู้สึก
ในการขับขี่   กลับรู้สึกว่า มันออกจะเซ็ตเบรกมาดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ

ในด้านระบบความปลอดภัย

- ABS, EBD, BA, TCS (ระบบป้องกันล้อลื่นไถล),

- VSA (ควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว)

- HSA (ช่วยออกตัวบนทางลาดชัน)

- ESS (ไฟฉุกเฉินติดอัตโนมัติเมื่อกระทืบเบรกกระทันหัน)

- สำหรับในรุ่น SV+ นี้ จะมี side curtain airbag

รายละเอียดทางเทคนิค  Honda City

-ใช้เครื่องยนต์ DOHC i-VTEC 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 117 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 146 นิวตันเมตร

-ส่งกำลังด้วยเกียร์ CVT EarthDream ลงสู่ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า FF

-ระบบบังคับเลี้ยว พวงมาลัยแร็คแอนด์พีเนียน ผ่อนแรงไฟฟ้า EPS

-ระบบเบรก จานดิสก์คู่หน้า และคู่หลังแบบดรัด

-ระบบกันสเทือน ด้านหน้าแบบแม็กเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังทอร์ชั่นบีม H-Shape

All-New Honda City 2020

เปิดตัว เครื่องยนต์ใหม่ 3 สูบ 1.0 ลิตร เทอร์โบ 122 แรงม้า ราคาเริ่มต้น 5.795 แสนบาทถึง 7.39 แสนบาท

All-New Honda City 2020 เจนเนอเรชั่นที่ 5 มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ใหม่ สปอร์ต และเส้นสายชัดเจนมากขึ้น โดยมีการลดขนาดขุมพลังหรือ Downsizing เครื่องยนต์จากเดิมเบนซิน 1.5 ลิตร 4 สูบ เป็น 1.0 ลิตร 3 สูบแทน เพื่อให้เข้าโครงการ Eco Car Phase 2 ซึ่งในช่วงนี้เรทราคาของรถมือสองถือว่ายังพอจับต้องได้ ซึ่งเมื่อซื้อ ฮอนด้าซิตี้ มือสอง ถือว่าจะได้รถในสภาพที่ยังใหม่ การใช้งานยังถือว่าไม่มากเท่าที่ควร เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับรถจากศูนย์ถือว่าสภาพใกล้เคียงกัน แต่ได้ราคามือสองที่ถูกกว่ามาก







สำหรับรูปลักษณ์ภายนอกมีความสปอร์ตและสง่างามมากขึ้น ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED และไฟท้ายแบบ LED กระจังหน้าแบบโครเมียม เสาอากาศแบบครีบฉลาม และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 15 นิ้ว

ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบพื้นที่ให้สอดคล้องกับสรีระสำหรับทุกที่นั่งทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร มาพร้อมความหรูหราและสวยงามยิ่งขึ้นในโทนสีดำ หรือเบาะหนังและภายในสีทูโทน ไอเวอรี่/ดำ (เฉพาะรุ่น SV) คอนโซลหน้าแบบ Piano Black มือจับเปิดประตูด้านในตกแต่งโครเมียม



มาตรวัดเรืองแสงพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ เป็นต้น

City รุ่นใหม่ยังมาพร้อมชุดแต่งสไตล์สปอร์ตแบบ RS รอบคัน โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ Gloss Black และสัญลักษณ์ RS มาพร้อมกันชนหน้าและกระจังหน้าสไตล์สปอร์ต ไฟหน้าดีไซน์ใหม่แบบ LED พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ไฟตัดหมอกแบบ LED กระจกมองข้างสีดำแบบสปอร์ตพร้อมไฟเลี้ยวในตัว สปอยเลอร์หลังแบบ Gloss Black พร้อมสัญลักษณ์ RS และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 16 นิ้ว

ภายในห้องโดยสารสะท้อนความสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยเบาะหนังกลับดีไซน์ใหม่ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ พร้อมมาตรวัดเรืองแสงสีแดง และดึงดูดทุกสายตาด้วยสีภายนอกใหม่ สีแดงอิกไนต์ (Ignite Red) เฉพาะรุ่น RS

มาดูกันที่สเปกเครื่องยนต์กันบ้าง บล็อกเบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO 12 วาล์ว มาพร้อมเทอร์โบชาร์จ มอบพละกำลังสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบต่อนาที ให้สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่าเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร (เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม) และแรงบิดเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร

ผสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง (CVT) มีอัตราความประหยัดน้ำมันที่ 23.8 กิโลเมตร/ลิตร มีระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีด สะดวกสบายด้วยระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ โดยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานไอเสียยูโร 5 (EURO 5) ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ 99 กรัม/กิโลเมตร และสามารถรองรับน้ำมัน E20 ได้อีกด้วย

ระบบความปลอดภัยครบครันด้วยโครงสร้างตัวถังนิรภัย G-Force Control หรือ G-CON ปกป้องห้องโดยสารจากการชนรอบทิศทางด้วยถุงลม 6 ตำแหน่ง ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก (EBD) ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (Vehicle Stability Assist – VSA) ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist – HSA) และกล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมองได้ 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera)

ตัวถังภายนอกมีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีใหม่ สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น RS สีขาวแพลทินัม (มุก) เฉพาะรุ่น RS และรุ่น SV สีดำคริสตัล (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) และสีขาวทาฟเฟต้า เฉพาะรุ่น V และรุ่น S

Honda City ใหม่ ออกจำหน่ายทั้งหมด 4 รุ่น โดยมีราคาดังนี้

รุ่น RS ราคา 7.39 แสนบาท
รุ่น SV ราคา 6.65 แสนบาท
รุ่น V ราคา 6.09 แสนบาท
รุ่น S ราคา 5.795 แสนบาท

2021 Honda City 

Honda City e:HEV (ฮอนด้า ซิตี้ อีเอชอีวี) เปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2563 และยังได้เปิดตัว 2021 Honda City Hatchback e:HEV (ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ค อีเอชอีวี) เป็นครั้งแรกของโลกในประเทศไทยอีกด้วย

หลาย ๆ คนคงจะชอบ และคิดจะซื้อ 2021 Honda City (ฮอนด้า ซิตี้) ด้วย ราคาดี เครื่องยนต์เหมาะใช้งานในเมืองแต่ก็ยังไม่รู้จะซื้อรุ่นไหนดี ระหว่างรองท็อปอย่าง SV หรือไปให้สุดกับ RS มาดูกันว่าแค่รุ่นรองท็อปก็เพียงพอแล้วราคา 2021 Honda City

อัตราการประหยัดน้ำมัน 27 กม./ล. จากรุ่นเดิมที่เคลมไว้ประมาณ 23 กม./ล. แม้มีราคาแพงกว่า แต่ก็สามารถเอาไปทดแทนค่าน้ำมันได้



ดีไซน์ภายนอกของ City e:HEV ตกแต่งในรูปแบบ RS พร้อมไฟหน้าแบบ LED, กระจังหน้าสีดำ Gloss Black พร้อมโลโก้ฮอนด้าพื้นสีฟ้า และล้ออัลลอยสีทูโทนขนาด 16 นิ้ว ภายในติดตั้งจอแสดงข้อมูลการขับขี่ TFT ขนาด 7 นิ้ว สำหรับแสดงผลการทำงานของระบบไฮบริด, เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัส Advanced Touch ขนาด 7 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay

สิ่งที่เขามีดีกว่าหลัก ๆ คือ เบรคมือไฟฟ้าพร้อมระบบ Auto Brake Hold เพิ่มแอร์หลัง ซึ่งถือว่าถูกใจมาก ๆ เพราะ Eco Car คันอื่น ๆ เขายังไม่มีกัน



ปลอดภัยมั่นใจกว่า

นอกจากนี้ยังเป็นเพียงรุ่นเดียวในตระกูล City ที่มีการใส่ Honda Sensing (ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง) ประกอบไปด้วย

  • ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก

  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน

  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ

  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ

  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ

  • ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)


และสิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้ คือ Honda City e:HEV ใช้เป็นดิสก์เบรกทั้งล้อหน้า-หลัง ในขณะที่ City ธรรมดาเบรกหลังยังเป็นดรัมเบรกอยู่



หากคุณออกต่างจังหวัดบ่อย หรือต้องการความประหยัดและปลอดภัย Honda City e:HEV ถือว่าครบเครื่องมาก แต่ก็มีราคาอยู่ที่ 839,000 บาท แพงกว่าตัวปกติ 100,000 บาท แต่แลกมาด้วยความปลอดภัยและประหยัดค่าน้ำมันไปได้เล็กน้อยก็ถือว่าดีครับ



2021 Honda City เทอร์โบก็ดี e:HEV ห่างกัน 100,000 บาทต่างกันเท่าไร

หากมองการซื้อรถยนต์แล้ว หลายคนมักจะเล็งไปที่การซื้อตัวท้อป ที่แพงที่สุดแต่ก็ได้ออพชั่นดี ๆ เยอะสุด ช่วงนี้ที่เป็นที่นิยมกันคือ 2021 Honda City (ฮอนด้า ซิตี้) ที่ได้รับการปรับโฉมทั้งคัน เพิ่มออพชั่น อัดเทอร์โบเข้าไปและเขาก็ยังมีพี่น้องที่แพงกว่า แต่ปลอดภัยและประหยัดกว่าคือ 2021 Honda City e:HEV

2021 Honda City ได้เปิดตัวเครื่องยนต์ใหม่ในรุ่น e:HEV ใช้ระบบไฮบริด และตัวถังใหม่แบบ Hatchback ในงาน Thailand International Motor Expo 2020 เสริมทัพรุ่น 1.0 Turbo Sedan เดิม

ด้วยการเปิดตัวรุ่นใหม่นี้ เครื่องยนต์จึงมีให้เลือก 2 แบบ คือ 1.0 Turbo 122 แรงม้า และ 1.5 Hybrid 126 แรงม้า ตัวถังมีแบบ Sedan และ Hatchback ให้เลือก โดยรุ่นย่อยนั้นมีอยู่ 4 รุ่นย่อย ตั้งแต่ S V SV ถึง RS ราคาอยู่ที่ 579,000 บาท ถึง 839,000 บาท

รุ่นย่อยและราคา Honda City

2020 1.0 s THB 579,500

2020 1.0V THB 609,000

2020 1.0sv THB 665,000

2020 1.0 rs THB 739,000

2021 e:HEV RS THB 839,000

ขายรถมือสองแยกตามยี่ห้อ

ขายรถ โตโยต้า มือสอง สภาพดี

ขายรถ นิสสัน มือสอง สภาพดี

ขายรถ เชฟโรเลต มือสอง สภาพดี

ขายรถ ฮอนด้า มือสอง สภาพดี

ขายรถ อิซูสุ มือสอง สภาพดี

ขายรถ มิตซูบิชิ มือสอง สภาพดี

ขายรถ ซูซุกิ มือสอง สภาพดี

ขายรถ ฟอร์ด มือสอง สภาพดี

ขายรถ มาสด้า มือสอง สภาพดี

ขายรถ KIA มือสอง สภาพดี

ขายรถ เอ็มจี มือสอง สภาพดี

ขายรถ TATA มือสอง สภาพดี