เฉลิมชัย รถบ้าน

ที่สุดด้านคุณภาพและบริการ ต้องเฉลิมชัย รถบ้าน
โทร : 095-695-2897เปิดทำการทุกวัน
110/4 หมู่ 1 ต.หนองยาว อ.เมือง จ.สระบุรี

ข่าวสารยานยนต์

ดูแลเครื่องยนต์ให้เป๊ะหลังจากเดินทางไกล !

หลังจากที่ตะลุยเที่ยวในวันหยุดสุดสัปดาห์มาแล้ว คราวนี้ล่ะถึงเวลาที่เราจะต้องมาดูแลรถสุดที่รักของเรากันบ้าน ว่ามีจุดบอดตรงไหนต้องดูแล ตรงไหนต้องเสริมหล่อเสริมสวยกันบ้าง วันนีเรามีคำตอบมาฝาก

1.ล้อรถ ควรเช็คทั้ง 4 ล้อ เพื่อดูให้แน่ใจว่ามีรอยบาดจากโลหะ หรือ ของมีคมต่างๆ ไหม ถ้ามีต้องรีบเอาเข้าอู่ด่วนเลยนะคะ ไม่เช่นนั้นจะเกิดอันตรายเอาได้

2.สีรถ คราบสกปรกต่างๆ เราก็ควรตรวจเช็คเช่นกันว่ามีอะไรผิดแปลกไปไหม สีถลอกหรือเปล่า เช่น มูลนก ฝุ่น เขม่า อาจจะทำให้รถเสีย แล้วตรวจดูให้แน่ว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่อย่างไร

3.เครื่องยนต์ส่วนต่างๆ ตรวจเช็คพวกน้ำมันหล่อลื่นต่างๆ ในห้องเครื่อง เช่น น้ำมันเบรก ว่าปริมาณลดลงไหม เพราะบางคนหยุดยาวที่ผ่านมาขับรถไปเที่ยวขึ้นเขาขึ้นดอย ต้องคอยเหยียบเบรกเกือบตลอดเวลาที่ขับรถเพื่อป้องกันไม่ให้รถไหล ซึ่งจะทำให้น้ำมันเบรกถูกใช้งานเยอะและอาจลดลงได้

4.น้ำมันเครื่อง ดูว่ายังมีอยู่ในระดับที่พอกับการใช้งานหรือเปล่า ถ้าระดับอยู่ระหว่าง F กับ L แสดงว่าระดับน้ำมันเครื่องปกติดีอยู่

5.น้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์ ก็ควรเช็คว่าอยู่ในขีดที่กำหนดไว้หรือเปล่า หรือมีรอยรั่วซึมตรงไหน

6.น้ำมันเกียร์ ก็สำคัญนะคะ เพราะถ้าระดับน้ำมันเกียร์ต่ำเกินไป การหล่อลื่นก็อาจจะไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดการเสียดสีของกลไกภายในเกียร์เพิ่มขึ้นได้

7.น้ำกลั่นแบตเตอรี่ ก็ตรวจเช็คว่ายังมีอยู่เต็มทุกช่องไม่ขาด

8.สายพาน ตรวจดูค่ะว่ามีรอยฉีกขาดตรงไหนหรือเปล่า หม้อน้ำ ให้ตรวจสอบระดับน้ำในหม้อพักน้ำด้วยว่ายังไม่หมด และควรทำในขณะที่เครื่องเย็นอยู่ สุดท้ายตรวจเช็คบริเวณใต้กระโปรงหน้ารถ ว่ามีรอยหยดของน้ำมันต่างๆ หรือเปล่า ถ้ามีแสดงว่าอุปกรณ์ในห้องเครื่องของรถคุณกำลังมีปัญหา ให้รีบเอาเข้าอู่เพื่อเช็คอย่างละเอียดอีกที

9.ระบบช่วงล่าง สามารถเช็คเบื้องต้นได้ด้วยตัวเองก่อนค่ะ เช่น ลูกหมากปีกนกบน-ล่าง และลูกหมากปลายแร็ค วิธีการเช็คคือ โยกล้อ ด้วยแม่แรงที่ติดมากับรถอยู่แล้ว ปรับความสูงของล้อให้อยู่ในแนวขนานกับอก จากนั้นให้ผลักและดึงล้อ วิธีนี้จะช่วยตรวจสภาพของลูกหมากได้ว่าหลวมหรือไม่

10.โช้คอัพ ทั้งข้างหน้าและข้างหลังของรถ ให้ตรวจดูว่ามีรอยรั่วของน้ำมันออกมาไหม

11.กระจกรถ การทำความสะอาดก็เหมือนที่ทำเป็นประจำ คือใช้น้ำเปล่าล้างเอาฝุ่นที่เกาะออกก่อน แล้วตามด้วยใช้น้ำยาเช็ดกระจกทำความสะอาดซ้ำอีกครั้ง และล้างด้วยน้ำเปล่าอีกรอบ จากนั้นใช้ผ้าแห้งนุ่มๆ เช็ดกระจกให้แห้ง อย่าให้มีรอยคราบน้ำ หรืออาจจะเคลือบสารป้องกันฝ้าหรือน้ำฝนบนกระจกตามก็ได้

12.เบาะนั่ง ต้องดูว่าวัสดุที่หุ้มเบาะเป็นชนิดไหน ถ้าเป็น เบาะหนังแท้ ตามปกติอาจแค่ใช้ผ้าเช็ดฝุ่นออก แต่หลังจากขับรถไปเที่ยวมาหลายวัน ต้องเจอฝุ่น ควัน ก็ควรที่จะใช้เครื่องดูดฝุ่นช่วยดูดฝุ่นที่เกาะอยู่บนเบาะ หรือฝุ่นตามซอกเบาะรถออกให้เรียบร้อย แล้วในการเช็ดทำความสะอาด จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับหนังโดยเฉพาะจะดีกว่า ส่วน เบาะหนังเทียมหรือไวนิล การทำความสะอาดไม่ยุ่งยาก เพราะมีความทนทาน แต่ก็ควรดูแลบ้าง ด้วยการใช้ผ้าชุบน้ำบิดให้หมาดๆ แล้วนำไปเช็ดให้ทั่วทั้งเบาะ แต่จะให้ดีควรใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดเอาเศษฝุ่น เศษทราย ตามซอก รอยพับ ออกด้วย ส่วนเบาะผ้า หากมีคราบสกปรกจากที่เครื่องดื่ม อาหาร หล่นใส่ ควรรีบทำความสะอาดให้เร็วที่สุด เพราะปล่อยทิ้งไว้จะฝังแน่น ยากต่อการทำความสะอาด โดยมีวิธีการคือ ให้ใช้น้ำอุ่นและน้ำยาทำความสะอาดขจัดรอยเปื้อน หลังจากนั้นควรแปรงผ้าอีกครั้งเพื่อรักษาสภาพของเบาะเพื่อยืดอายุการใช้งาน

13.ผ้าบุหลังคา คราบต่างๆ ให้ทำความสะอาดด้วยการใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำหมาดๆ แล้วเช็ดคราบออกให้สะอาด ถ้าหากมีฝุ่นเกาะก็อาจจะใช้เครื่องดูดฝุ่นหรือแปรงไฟฟ้าสถิตที่สามารถดูดฝุ่นละอองได้

14.พื้นรถ เช็คให้เรียบร้อยค่ะว่าไม่มีเศษขยะหล่นอยู่ที่พื้น หรืออยู่ใต้เบาะนั่ง เพราะบางทีอาจลืม ถุงขนม อาหาร ทิ้งไว้ พอบูดก็ส่งผลให้รถมีกลิ่นเหม็นได้ เพื่อให้พื้นรถสะอาดยิ่งขึ้น ควรนำเครื่องดูดฝุ่นมาดูดเอาพวกเศษดิน เศษทราย ออกให้เรียบร้อย

หลังจากที่เราได้รู้วิธีการดูแลรถกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลกันแล้วล่ะว่าเป็นอย่างไร ใครที่มีวิธีดีๆ อะไรจะแนะนำก็บอกกันมาได้เลยจ้ะ ไม่มีหวงกันอยู่แล้ว วันนี้ขอลาไปก่อนรอติดตามคอนเทนต์ใหม่กันได้เลยจ๊ะ สวัสดีจ้า

แหล่งที่มา: https://chobrod.com/

วิธีแก้ปัญหาเบื้องต้น เมื่อขับๆไป แล้วรถดับ!!

หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น เมื่อรถที่เราขับๆมาอยู่ดีๆดันมาดับกลางทางซะได้ สิ่งที่ต้องทำอย่างแรกเลย คือ ตั้งสติให้ดี อย่าตกใจ เพราะมันก็คืออุบัติเหตุที่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่อย่างไรก็ตามอาจจะต้องทำความเข้าใจสักหน่อยว่าถ้าเกิดรถเจ้ากรรมดันดับกลางทางระหว่างที่ขับๆอยู่นั่นแหละ ควรจะปฏิบัติดังนี้

1.ถ้าเป็นรถเกียร์ธรรมดานั้น ให้เหยียบคลัชท์ค้างเอาไว้ก่อน แล้วค่อยๆแตะเบรก พยายามประคองรถเพื่อเข้าข้างทางหรือพื้นที่ปลอดภัยแต่ถ้าหากเป็นรถเกียร์ออโต้นั้น ให้ปรับมาอยู่ที่เกียร์ N เพื่อปลดเฟืองเกียร์ ไม่ให้เกียร์พัง ก่อนจะประคองรถเข้าข้างทาง

2.เปิดไฟฉุกเฉิน เพื่อให้ผู้ที่ขับรถคนอื่นทราบว่ามีเหตุการณ์ฉุกเฉินในรถเรา และจะได้ระวังเป็นพิเศษ ก่อนจะหาทางเบี่ยงออกเพื่อไปจอดข้างทาง และเมื่อสามารถนำรถเข้าที่ปลอดภัยได้แล้วให้ลองสตาร์ทรถใหม่ ถ้าสตาร์ทติดก็ถือว่าโชคดี สามารถเดินทางต่อได้

3.หากรถดับและยังไม่สามารถสตาร์ทติด ให้ลองเปิดฝากระโปรงรถ เพื่อเช็คว่าขั้วของแบตเตอรี่ทั้ง 2 ขั้วนั้น ยังต่อแน่นดีอยู่ไหม หรือเช็คคอยล์หัวเทียนว่ายังแน่นอยู่ไหม โดยอาจจะลองขยับดูแล้วลองสตาร์ทรถดูอีกครั้ง

4.ถ้าหากว่าไม่สามารถสตาร์ทรถได้เลย แม้จะลองทำตามวิธีเบื้องต้นแล้ว ให้ลองเข็นเพื่อสตาร์ทสำหรับรถที่เป็นเกียร์ธรรมดา (แต่สำหรับรถเกียร์ออโต้ จะไม่สามารถใช้วิธีนี้ได้)

5.หากหาทางไม่ได้แล้วจริงๆ ให้โทรหาบริการรถยก เพื่อไปให้ช่างเช็คที่อู่หรือศูนย์ให้ละเอียด หาสาเหตุที่แน่ชัด หาทางแก้ไขต่อไป ไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้อีก และจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเสียโอกาสเราอีกด้วย

แหล่งที่มา: https://chobrod.com/

10 อุปกรณ์สำคัญ ที่ควรมีติดรถ

รถยนต์ที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน ย่อมมีการเสื่อมสภาพตามกาลเวลา ซึ่งบางอย่างเราไม่สามารถทราบได้ล่วงหน้าว่าจะเสียเมื่อไร แต่หากเราเตรียมความพร้อมในการรับมือ ปัญหาเหล่านั้น จากหนักก็ทุเลาลงได้

ในแต่ละวันที่เราขับรถอยู่บนท้องถนน หลายท่านคงเคยเห็นรถคันอื่นๆจอดเสียข้างทาง จนเป็นภาพที่คุ้นเคยตา จนตัวเราเองลืมคิดไปว่า ถ้าหากเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นกับตัวเรา จะทำอย่างไร สำหรับในบทความนี้ ผมและทีมงานวันทูคาร์ มีคำแนะนำดีๆ ในการเตรียมรับมือกับปัญหาเหล่านั้น มาฝากทุกๆท่านครับ และอุปกรณ์สำคัญ 10 อย่าง ที่ควรมีติดรถ มีอะไรบ้าง มาดูกันครับในแต่ละวันที่เราขับรถอยู่บนท้องถนน หลายท่านคงเคยเห็นรถคันอื่นๆจอดเสียข้างทาง จนเป็นภาพที่คุ้นเคยตา จนตัวเราเองลืมคิดไปว่า ถ้าหากเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นกับตัวเรา จะทำอย่างไร สำหรับในบทความนี้ ผมและทีมงานออโต้สปินน์ มีคำแนะนำดีๆ ในการเตรียมรับมือกับปัญหาเหล่านั้น มาฝากทุกๆท่านครับ และอุปกรณ์สำคัญ 10 อย่าง ที่ควรมีติดรถ มีอะไรบ้าง มาดูกันครับ

1. ล้อ-ยางอะไหล่
รถทุกคัน ควรมีล้อ-ยางอะไหล่ติดรถ โดยเฉพาะรถใหม่ๆบางรุ่น อาจไม่แถมล้อ-ยางอะไหล่มาให้ วิธีแก้ก็ไม่ยากครับ เราก็จัดการซื้อมาสำรองติดรถเอาไว้ แค่นั้นเอง ซื้อแบบธรรมดา ไม่ต้องหรูหราอะไร เพราะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินยางรั่ว ยางแบน หรือแม็กซ์แตก เจ้าล้ออะไหล่เนี่ยแหละ คือพระเอกที่จะแก้สถานการณ์ให้คุณ ดังนั้นทุกครั้งก่อนใช้รถ เราควรตรวจเช็คยางอะไหล่ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ เช่นลมยาง เพราะหลายท่านมักมองข้ามเรื่องนี้ คิดแค่ว่ารถเรามีล้อ-ยางอะไหล่แล้ว แต่ไม่เคยเช็คเลยว่ามีลมยางเพียงพอหรือเปล่า ท่านใดที่อ่านบทความนี้แล้ว รีบกลับไปเช็คล้อ-ยางอะไหล่ของรถตัวเองด่วน !!! และอย่าลืมศึกษาวิธีเปลี่ยนกันด้วยนะครับ

2. แม่แรงยกรถ และ เครื่องมือถอดล้อ
นอกเหนือจากล้ออะไหล่แล้ว สิ่งที่สำคัญในการถอดล้อ ก็คือแม่แรงยกรถ และ เครื่องมือในการถอด หากไม่มีแม่แรงและเครื่องมือในการถอด ล้ออะไหล่ที่เรามีก็ไร้ค่านะครับ และที่สำคัญ หมั่นตรวจสอบสภาพแม่แรงให้พร้อมใช้งานด้วยนะครับ

3. ที่เติมลมฉุกเฉิน
เอาไว้เติมลมในกรณีที่ลมยางอ่อน หรือในกรณีที่เกิดความเสียหายต่อยางแค่เล็กน้อย เช่นเหยียบตะปู เราอาจใช้วิธีเติมลมอัดเข้าไป และรีบขับรถไปเข้าศูนย์บริการ หรือร้านยาง เพื่อแก้ไขอีกที

4. สายพ่วงแบต
ผู้ใช้รถหลายท่านคงเคยประสบกับปัญหาเหล่านี้ แทบเกือบทุกคน รวมถึงตัวผมเอง บางทีขับรถไปเที่ยวห้าง พอตอนจะขับรถกลับ สตาร์ทไม่ติด รถแบตหมดซะงั้น แต่หากเรามีสายพ่วงแบต ก็รบกวนคันข้างๆ ให้ช่วยจั้มแบตให้

5. ค้อนทุบกระจก
หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ขับรถตกน้ำ จะเปิดประตูก็เปิดไม่ได้ เพราะแรงดันน้ำ ให้เราใช้ค้อนทุบกระจกให้แตกแล้วหนีออกมา อ่านแล้วอาจจะดูเวอร์เหมือนในหนัง แต่พอถึงเวลาเข้าจริงๆ จะรู้ว่ามันมีค่ามาก และที่สำคัญ ควรวางไว้ใกล้ๆมือนะครับ จะได้หยิบใช้ได้ง่ายๆ ไม่ใช่เอาไปวางไว้ที่ท้ายรถ

6. สายลากรถ
หากรถเสีย และลองซ่อมทุกวิธีแล้วก็ยังสตาร์ทไม่ติด สายลากรถสามารถช่วยคุณพาไปถึงจุดหมายปลายทางได้ หรือรถคุณตกหลุมขึ้นไม่ได้ สายลากรถก็ช่วยคุณได้เช่นกัน (แต่ก็ต้องหารถมาช่วยลากนะ)

7. ไฟฉาย
บางครั้งต้องการหาของ หรือซ่อมรถในเวลากลางคืน ไฟฉายก็ช่วยคุณได้นะ หรือในกรณีที่รถคุณเสียอยู่บนถนน ก็สามารถใช้เป็นไฟส่งสัญญาณให้คันอื่นทราบ เพื่อหลีกเลี่ยงจากจุดที่รถเสีย ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

8. ป้ายสัญญาณเตือนฉุกเฉิน
ในกรณีที่รถเสียอยู่บนถนน ป้ายสัญญาณเตือนที่มีทับทิมสะท้อนแสงนี้เอง จะช่วยให้คุณปลอดภัยจากการเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะตอนกลางคืน

9. น้ำมันเครื่อง และ น้ำหล่อเย็นสำหรับเติมหม้อน้ำ
หัวใจหลักของเครื่องยนต์ ก็คือน้ำมันเครื่อง หากระหว่างทางน้ำมันเครื่องแห้ง จะได้เติมเพื่อให้รถยนต์ขับเคลื่อนไปได้โดยไม่เกิดความเสียหาย น้ำหล่อเย็นสำหรับเติมหม้อน้ำก็สำคัญเช่นกัน เพราะระหว่างทางหากรถความร้อนขึ้น จากการที่น้ำในหม้อน้ำแห้ง ก็จัดการเติม เพื่อให้รถสามารถขับต่อไปได้

10. เบอร์โทรฉุกเฉิน
ไม่ว่าจะเป็นเบอร์โทรของช่างซ่อมรถ ,ตำรวจ ,กู้ภัย และเบอร์โทรอื่นๆที่สำคัญ ควรมีติดรถไว้ เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินทำอะไรไม่ถูก จะได้โทรขอความช่วยเหลือ

ทั้งหมดนี้เป็นอุปกรณ์เบื้องต้น ที่รถทุกคันควรมีติดรถไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน มีแล้วไม่ได้ใช้ ดีกว่าจะใช้แล้วไม่มีนะครับ และที่สำคัญ อุปกรณ์ทุกอย่างควรหมั่นตรวจสอบให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลานะครับ ถึงคราวที่จำเป็น จะได้หยิบออกมาใช้งานได้ทันที

แหล่งที่มา: https://www.autospinn.com/

ความเชื่อเรื่องสีรถ สำหรับคนวันต่างๆ

หากท่านจะซื้อรถสักคัน นอกจากเรื่องราคาแล้วก็น่าจะเป็นเรื่องของสีที่ใครหลายๆคนอาจจะคิดหนัก เพราะอาจจะมีเรื่องของความเชื่อมาเกี่ยวข้อง ตามความเชื่อของคนไทยสีนำโชคก็จะขึ้นอยู่กับวันเกิดของแต่ละคน และถ้าหากรถไม่ได้อยู่ในสีนำโชคก็มักจะนำสติ๊กเกอร์สีที่ถูกโฉลกมาติดรถของตัวเอง เพื่อแก้เคล็ดและป้องกันสิ่งไม่ดี และถ้าหาท่านต้องการจะเช็คสีนำโชคที่ถูกฉโลกกับวันเกิดของท่านแล้วเราไปดูกันเลยครับ

สำหรับคนเกิดวันอาทิตย์
รถสีแดงจะช่วยเสริมบารมี สง่าราศี อำนาจวาสนา
รถสีเขียวจะช่วยเสริมเสน่ห์ มีคนเมตตาช่วยเหลือ
รถสีม่วงจะช่วยเสริมดวงด้านความน่าเชื่อถือ
รถสีดำจะช่วยเสริมดวงเรื่องทรัพย์ ความมั่งคั่ง
รถสีเงิน สีเทา หรือสีทองจะเสริมดวงเรื่องเมตตามหานิยม เสน่ห์
รถสีขาวหรือครีมจะช่วยเสริมเรื่องความปลอดภัย แคล้วคลาดจากอุบัติเหตุ
ส่วนสีรถที่ไม่ถูกโฉลกคือสีฟ้าหรือสีน้ำเงิน แต่สามารถแก้เคล็ดได้ด้วยการหาของตกแต่งสีดำมาไว้ในรถ

สำหรับคนเกิดวันจันทร์
รถสีเขียวจะช่วยเสริมอำนาจวาสนา บารมี เกียรติยศ และชื่อเสียง
รถสีส้มหรือสีเหลืองจะช่วยเสริมดวงเรื่องทรัพย์ ความมั่งคั่ง
รถสีน้ำเงินหรือสีทองจะช่วยเสริมเสน่ห์ มีคนช่วยเหลือเมตตา
รถสีม่วงจะช่วยเสริมดวงด้านการงาน อำนวยความสะดวกให้ราบรื่น
รถสีดำจะช่วยเสริมเรื่องความปลอดภัย แคล้วคลาดอุบัติเหตุ
ส่วนสีรถที่ไม่ถูกโฉลกคือสีแดงหรือส้ม แต่สามารถแก้เคล็ดได้ด้วยการหาของตกแต่งสีเหลืองมาไว้ในรถ

สำหรับคนเกิดวันอังคาร
รถสีแดงหรือสีทองจะช่วยเสริมเสน่ห์ มีคนเมตตา ช่วยเหลืออุปถัมภ์ค้ำชู
รถสีม่วงจะช่วยเสริมวาสนาบารมี เสริมเรื่องโชคลาภ
รถสีดำจะช่วยเสริมดวงด้านอำนาจ เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน
รถสีเงินจะช่วยเสริมเรื่องความน่าเคารพนับถือ
รถสีทองจะช่วยเสริมความปลอดภัย แคล้วคลาดอุบัติเหตุ
ส่วนสีรถที่ไม่ถูกโฉลกคือสีขาว สามารถแก้เคล็ดได้ด้วยการหาของตกแต่งสีม่วงมาไว้ในรถ

สำหรับคนเกิดวันพุธ
รถสีน้ำเงินและสีฟ้าจะช่วยเสริมเรื่องความน่าเคารพนับถือ
รถสีน้ำตาลและสีทองจะช่วยเสริมดวงด้านอำนาจ เกียรติยศ ชื่อเสียง และตำแหน่งหน้าที่การงาน
รถสีดำจะช่วยเสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูหรือคู่แข่ง
รถสีเทาหรือสีเงินจะช่วยเสริมเรื่องความปลอดภัย แคล้วคลาดจากอุบัติเหตุ
รถสีขาวหรือสีเหลืองอ่อนจะช่วยเสริมเสน่ห์ มีคนเมตตา ช่วยเหลืออุปถัมภ์ค้ำชู
ส่วนสีรถที่ไม่ถูกโฉลกสำหรับคนเกิดวันพุธกลางวันคือสีแดง โดยสามารถแก้เคล็ดด้วยการหาของตกแต่งสีฟ้ามาไว้ในรถ และสำหรับคนเกิดวันพุธกลางคืนสีรถที่ไม่ถูกโฉลกคือสีเหลืองหรือทอง โดยสามารถแก้เคล็ดด้วยการหาของตกแต่งสีแดงมาไว้ในรถ

สำหรับคนเกิดวันพฤหัสบดี
รถสีแดงจะช่วยเสริมเรื่องความปลอดภัย แคล้วคลาดอุบัติเหตุ
รถสีส้มหรือสีทองจะช่วยเสริมเรื่องความสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ และโชคลาภ
รถสีฟ้าจะช่วยเสริมวาสนาบารมี ความโชคดี
รถสีเทาหรือสีเงินจะช่วยเสริมดวงด้านการแก้ปัญหา อุปสรรค ศัตรูหรือคู่แข่ง
รถสีขาวจะช่วยเสริมเรื่องความน่าเคารพนับถือ
ส่วนสีที่ไม่ถูกโฉลกคือสีดำ โดยสามารถแก้เคล็ดได้ด้วยการหาของตกแต่งสีขาวมาไว้ในรถ

สำหรับคนเกิดวันศุกร์
รถสีแดงหรือสีทองจะช่วยเสริมดวงด้านความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เสริมเรื่องความปลอดภัย
รถสีเขียวจะช่วยเสริมดวงให้ผู้คนเชื่อถือไว้วางใจ
รถสีฟ้าหรือสีน้ำเงินจะช่วยเสริมเรื่องความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต โชคลาภ
รถสีดำจะช่วยเสริมดวงด้านการแก้ไขปัญหา อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง
รถสีน้ำตาลจะช่วยเสริมเรื่องโชคลาภ วาสนา ความโชคดี
ส่วนสีที่ไม่ถูกโฉลกคือสีม่วง โดยสามารถแก้เคล็ดได้ด้วยการหาของตกแต่งสีเขียวมาไว้ในรถ

สำหรับคนเกิดวันเสาร์
รถสีแดงจะช่วยเสริมดวงให้คนยอมรับเชื่อถือและไว้วางใจ
รถสีชมพูจะช่วยเสริมดวงให้ประสบความสำเร็จ ได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู
รถสีน้ำเงินหรือสีฟ้าจะช่วยเสริมดวงเรื่องความปลอดภัยจากเหตุร้าย
รถสีดำหรือสีม่วงแก่จะช่วยเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต โชคลาภ
รถสีเทาหรือสีเงินจะช่วยเสริมเรื่องโชคลาภ วาสนา
ส่วนสีรถที่ไม่ถูกโฉลกคือสีเขียว โดยสามารถแก้เคล็ดได้ด้วยการหาของตกแต่งสีส้มมาไว้ในรถ

สำหรับท่านที่ซื้อรถมาแล้วก็ไม่ต้องกังวลไปครับ เพราะสิ่งของที่จะช่วยตกแต่งภายในรถเพื่อแก้เคล็ดก็มีเยอะแยะมากมาย ท่านสามารถปรับแต่งเองได้ เช่น หมอนอิง ที่หุ้มพวงมาลัย ที่หุ้มเบาะ แค่นี้ท่านก็สามารถใช้รถยนต์สีเดิมได้แล้วครับ

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคลนะครับ ยังไงก็อยากให้ทุกท่านโฟกัสที่การขับขี่เป็นอันดับแรกนะครับ เซฟตัวเองและคนที่ท่านรักด้วยประกันรถยนต์ จะได้ขับขี่ด้วยความอุ่มใจ และถ้าหากท่านใดยังไม่ได้ทำประกันรถยนต์ก็สามารถเลือกซื้อได้ง่ายๆที่ประกันออนไลน์ www.oohoo.io ครับ สะดวก ปลอดภัย แถมได้ราคาถูกสุดๆไปเลย หากท่านสนใจประกันรถมอเตอร์ไซค์ ประกันรถตู้ ประกันรถแท็กซี่ และประกันเดินทาง เราก็มีพร้อมให้ท่านได้เลือก ซื้อง่ายจบได้ในเว็บเดียวครับ

แหล่งที่มา: https://www.oohoo.io/news/211-ความเชื่อเรื่องสีรถยนต์ปี-2021

ไขข้อสงสัย รถสีขาวเสริมดวงด้านไหน

รถสีขาว เสริมดวงด้านไหน..? ?

ปัจจุบันนี้เราจะเห็น รถสีขาว วิ่งอยู่บนท้องถนนเต็มไปหมด ถือว่าเป็นสีที่ยอดนิยมมากที่สุดเลยก็ว่าได้ วันนี้เรามาดูในด้านของดวงกันดีกว่าว่ารถสีขาว ถูกโฉลกประจําวันเกิดวันไหน ด้านไหนบ้าง ไปดูกันเลย!

– วันอาทิตย์ เสริมด้านความปลอดภัย แคล้วคลาดจากอุบัติเหตุ และอันตรายทั้งปวง
– วันจันทร์ เสริมด้านเมตตา มีคนรอบตัวคอยช่วยเหลือ
– วันอังคาร เป็นสีต้องห้ามสำหรับคนเกิดวันอังคาร
– วันพุธ (กลางวัน) เสริมด้านความสำเร็จในการดำเนินชีวิต และหน้าที่การงาน
– วันพุธ (กลางคืน) เสริมด้านอำนาจวาสนา เสริมบารมี
– วันพฤหัสบดี เสริมด้านทรัพย์สิน เงินทอง ความมั่นคง
– วันศุกร์ เสริมด้านอำนาจ อิทธิพล ผู้คนให้ความเคารพ และเกรงใจ
– วันเสาร์ เสริมด้านความอุตสาหะ ขยันหมั่นเพียร การค้าขายจะดี

ดวงถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ

ดูดวงทะเบียนรถ เลขไหนดีมีแล้วเฮง

ศาสตร์ตัวเลขกับการเสริมดวงเป็นสิ่งที่มีมานาน บางคนหลังจากซื้อรถแล้วยังต้อง ดูดวงทะเบียนรถ ที่ถูกโฉลกกับแต่ละคน เพื่อช่วยส่งเสริมเรื่องดี ๆ ในชีวิต เช่น การเงินดี เจรจางานสำเร็จ แคล้วคลาดปลอดภัย แต่ก็ยังมีบางตัวเลขที่ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุ มาทำความเข้าใจเพื่อเลือกเลขให้เหมาะกับคุณ

ดูดวงทะเบียนรถ สำคัญอย่างไร

ก่อนที่จะทำการดูดวงทะเบียนรถ ด้วยตัวเองนั้น เบื้องต้นเราต้องทำความเข้าใจกันก่อน ดูดวงทะเบียนรถ ว่า ในป้ายทะเบียนรถของเรานั้น นอกจากตัวเลขภายในป้ายทะเบียนรถ ที่เราสามารถหาผลรวมของตัวเลขทั้งหมดได้เลยแล้วนั้น ในส่วนของหมวดตัวอักษร ก็ต้องนำเอามาคำนวณเป็นตัวเลขด้วยเช่นกัน โดยแต่ละตัวอักษรจะมีค่าตัวเลขที่แตกต่างกัน เป็นตัวเลขเพื่อใช้ในการคำนวณเพื่อดูดวงทะเบียนรถได้อีกด้วย เพราะมีความเชื่อว่าเลขบางตัวเป็นเลขที่ไม่ดีนัก เมื่อนำมาดูดวงทะเบียนรถแล้ว จะดึงดูดเรื่องไม่ดีบ้าง อุบัติเหตุบ้าง โรคภัยไข้เจ็บบ้าง หรืออุปสรรคต่าง ๆ ที่อาจจะกระทบต่อหน้าที่การงาน การเงิน หรือการเดินทาง เป็นต้น

ดูดวงทะเบียนรถจากผลรวมเลขทะเบียนรถ

ในการดูดวงทะเบียนรถ ด้วยวิธีการดูผลรวมของเลขทะเบียนรถทั้งหมด โดยนำเลขทะเบียนทุกตัวมาบวกกัน โดยบวกให้ได้เลขเพียงหลักเดียว จึงจะได้ ผลรวมเลขทะเบียนเพื่อนำมาดูว่าเหมาะสม ถูกโฉลกกับตัวเองได้ ตามตัวอย่างดังนี้

ตัวอย่าง เลขทะเบียน กข 3527 ผลรวมเลขทะเบียน = 3+5+2+7 = 17 จากนั้นนำเลขมาบวกกันอีก 1+7 = 8 เมื่อได้ผลรวมเลขทะเบียนรถแล้ว จึงนำมาเทียบดูความหมายจากผลรวมเลขทะเบียนรถได้ดังนี้

ผลรวมเลขทะเบียนรถเรื่องที่ส่งผลอาชีพที่เหมาะสม
1ส่งเสริมบารมี ความเป็นผู้นำ ชอบความสนุกสนานข้าราชการ,ผู้ที่มียศ มีตำแหน่ง
2ส่งเสริมด้านการเงิน น่าคบหาสมาคมผู้หญิงและผู้ที่ประกอบอาชีพด้านการบริการ การเงินการธนาคาร ค้าขาย
3ส่งเสริมด้านการค้าชาย การลงทุน แต่ทำให้ใจร้อน มักมีอุปสรรคผู้ชายและผู้ประกอบอาชีพ ทหาร ตำรวจ หมอ พยาบาล ช่างฝีมือหรือนักธุรกิจ
4ส่งเสริมด้านชื่อเสียง ติดต่อเจรจาเก่งคนทำงานด้านการเจรจาสื่อสาร
5ส่งเสริมความน่าเชื่อถือ ค้าขายดีเหมาะกับทุกคน
6ส่งเสริมเรื่องความแคล้วคลาด มีคนอุปถัมภ์ มีความสมหวังในทุกเรื่องคนทำงานบันเทิง เสริมสวย ของสวยของงาม
7มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ส่งผลเสียด้านการเงินการเกษตร
8ทำมาค้าขายดี เจริญรุ่งเรื่อง แต่ขับรถจะใจร้อนทำงานกลางคืน อาชีพสีเทา
9มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง แคล้วคลาดปลอดภัยเหมาะกับทุกคน

นอกจากการนำเลขทะเบียนทุกตัวในทะเบียนรถมาบวกกัน โดยบวกให้ได้เลขเพียงหลักเดียวแล้ว หลายคนจะสังเกตว่ายังมีหมวดอักษรในทะเบียนรถของเราอีก ทั้งนี้ยังมีการดูดวงทะเบียนรถ โดยการดูผลรวมจากเลขทะเบียนรถที่รวมค่าตัวเลของตัวอักษรอีกด้วย นอกจากจะประกอบไปด้วยตัวเลขแล้ว ยังมีหมวดตัวอักษรของเลขทะเบียนรถ ซึ่งตัวอักษรแต่ละตัวจะมีค่าตัวเลขแตกต่างกัน เบื้องต้นให้นำตัวเลขทั้งหมดมารวมกันก่อน จากนั้นเราก็มาทำการหาค่าตัวเลขของแต่ละหมวดอักษร ตามตารางดังต่อไปนี้

ค่าตัวเลขของหมวดตัวอักษร

หมวดอักษรค่าตัวเลข
ก ด ถ ท ภ = 11
    ข บ ป ง ช = 22
  ต ฒ ฆ = 33
ค ธ ร ญ ษ = 44
ฉ ณ ฌ น ม ห ฮ ฎ ฬ = 55
จ ล ว อ = 66
ศ ส = 77
ย ผ ฝ พ ฟ = 88
ฐ = 99

ผลรวมตัวเลขทะเบียนในระดับดีมาก มีโอกาสประสบความสำเร็จสูง เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า คือ 2, 4, 5, 6, 9, 14, 15, 19, 23, 24, 36, 41, 42, 45, 46, 50, 51, 54, 55, 56, 59, 63, 64, 65เมื่อได้ค่าตัวเลขทั้งหมดแล้ว นำมาบวกกันเพื่อมาดูผลรวมของเลขทะเบียนรถเพื่อนำมาดูดวงทะเบียนรถว่า ผลรวมที่ได้อยู่ในกลุ่มเลขระดับดีมาก ระดับดี หรือไม่ดีมากนัก ดังนี้

1.ผลรวมตัวเลขทะเบียนในระดับดี มีโอกาสประสบความสำเร็จแต่ต้องมีความพยายาม คือ 20, 32, 40, 44, 69, 79

2.ผลรวมตัวเลขทะเบียนรถที่ส่งผลให้มีอุปสรรคด้านต่าง ๆ ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และการเดินทาง คือ 3, 7, 11, 12, 17, 20, 21, 27, 29, 30, 33, 34, 37, 43, 48

*เป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

ตัวอย่างการอ่านค่าเลขทะเบียนรถ

เลขทะเบียนรถ 4 กค 8988

1.นำเลขทะเบียนทั้งหมดมาบวกกัน 4+8+9+8+8 = 37

2.แทนค่าตัวเลขให้กับหมวดอักษร ตามตารางค่าตัวเลขด้านบน ก=1, ค=4 = 5

3.นำผลลัพธ์จากข้อ 1+2 = 37+5 = 42

4.นำผลลัพธ์จากข้อ 3 ซึ่งเท่ากับ 42 ไปเช็คเกณฑ์ในกลุ่มเลขว่าอยู่ในกลุ่มไหน ซึ่งอยู่ในกลุ่มดีมาก

ดูดวงทะเบียนรถจากคู่เลข

นอกจากดูเลขทะเบียนรถตามวันเกิดแล้ว ซึ่งบางครั้งเราอาจจะเลือกเลขทะเบียนได้ด้วยการจองเลขทะเบียนเลขสวย หรือจองเลขที่เหมาะกับเรา แต่เราอาจไม่สามารถเลือกหมวดอักษรของทะเบียนรถได้ตรงกับวันเกิดของเราได้ เพราะฉะนั้นการเลือกทะเบียนรถโดยดูจากคู่เลข ก็อาจจะทำให้การเลือกทะเบียนรถของเราง่ายขึ้น ยิ่งคนที่กำลังจะตัดสินใจซื้อรถมือสอง ที่มีโอกาสได้เห็นทะเบียนรถทั้งหมวดอักษรและตัวเลขก่อน ก็ทำให้คุณสามารถดูดวงเลขทะเบียนรถได้โดยอาศัยการดูคู่เลขได้อีกด้วย

คู่เลขด้านบวก ส่งเสริมเรื่องด้านต่าง ๆ 

เรื่องที่ส่งเสริมคู่เลขมงคล
เมตตามหานิยม มีเสน่ห์22, 23, 32, 24, 42, 26, 62, 29, 92, 36, 63
ส่งเสริมด้านการเงินและการค้าขาย24, 42, 36, 63, 66, 28, 82
เพิ่มบารมี ความน่าเชื่อถือ15, 51, 35, 53, 45, 54, 89, 98, 99 
แคล้วคลาดปลอดภัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง15, 51, 55, 49, 94, 95, 59, 99

คู่เลขด้านลบ ส่งผลด้านลบในเรื่องต่าง ๆ 

เรื่องที่ส่งผลกระทบคู่เลขที่ควรหลีกเลี่ยง
ขี้หงุดหงิด ใจร้อน03, 30, 10, 01, 12, 21, 33, 07, 70, 13, 31, 37, 73, 38, 83
ระบบไฟของรถมักมีปัญหา11, 91, 19
รถมักมีรอยขีดข่วน แม้จะจอดอยู่เฉย ๆ35, 53, 36, 63, 39, 93, 17, 71, 77, 76, 67
มักเข้าอู่ซ่อมรถอยู่บ่อยครั้ง10, 01, 02, 20, 03, 30, 13, 31, 33, 06, 60, 67, 76
เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย13, 31, 73, 37, 38, 83, 33

ดูดวงทะเบียนรถจากวันเกิด

เชื่อว่าคนเกิดในแต่ละวัน จะมีดวงที่แตกต่างกัน จึงทำให้การดู ทะเบียนรถมงคล ต้องดูตามวันเกิดของแต่ละคน เพราะฉะนั้นหากเราต้องการดูเลข ทะเบียนรถมงคล ให้ถูกโฉลกของตัวเอง จึงต้องให้หลักทักษา ซึ่งเป็นศาสตร์ตัวเลขที่มีมาแต่โบราณ โดยในแต่ละวันจะมีเลข ทะเบียนรถมงคล ตัวไหนที่เหมาะสม หรือแม้กระทั่งอักษรตัวไหนที่เป็นกาลกิณีหรือไม่ถูกโฉลกกับคนเกิดวันต่าง ๆ บ้าง มาตรวจสอบตัวเลขที่เหมาะกับตัวคุณกันค่ะ

ดูดวงทะเบียนรถ สำหรับผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

เมื่อยึดถือตามหลักทักษา เลข ทะเบียนรถมงคล สำหรับผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ห้ามใช้ตัวอักษร ศ ษ ส ห ฬ ฮ (อักษรกาลกิณี)

ห้ามไม่ให้มีเลข 6 และเลข 3

สีรถที่ถูกโฉลกกับเลขทะเบียน คือ สีเขียว

สีต้องห้ามสำหรับคนเกิดวันอาทิตย์ คือ สีฟ้า สีน้ำเงิน

ตัวเลขบนทะเบียนตัวสุดท้าย ห้ามเป็นเลข 6

ดูดวงทะเบียนรถสำหรับผู้ที่เกิดวันจันทร์

เมื่อยึดถือตามหลักทักษา เลข ทะเบียนรถมงคล สำหรับผู้ที่เกิดวันจันทร์ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ห้ามใช้สระทั้งหมด ยกเว้นไม้หันอากาศและตัวการันต์  ซึ่งรวมถึงอักษร อ (อักษรกาลกิณี)

ห้ามไม่ให้มีเลข 1 และเลข 5

ตัวเลขบนทะเบียนตัวสุดท้าย ห้ามเป็นเลข 1

สีรถที่ถูกโฉลกกับเลขทะเบียน คือ สีดำ

สีต้องห้ามสำหรับคนเกิดวันจันทร์ คือ สีแดง

ดูดวงทะเบียนรถสำหรับผู้ที่เกิดวันอังคาร

เมื่อยึดถือตามหลักทักษา เลข ทะเบียนรถมงคล สำหรับผู้ที่เกิดวันอังคาร มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ห้ามใช้ตัวอักษร ก ข ค ฆ ง (อักษรกาลกิณี)

ตัวเลขกาลกิณี ห้ามไม่ให้มีเลข 2 และเลข 1

ตัวเลขบนทะเบียนตัวสุดท้าย ห้ามเป็นเลข 3

สีรถที่ถูกโฉลกกับเลขทะเบียนได้แก่ สีเหลือง

สีต้องห้ามสำหรับคนเกิดวันอังคารได้แก่ สีขาว สีครีม

ดูดวงทะเบียนรถสำหรับผู้ที่เกิดวันพุธ

เมื่อยึดถือตามหลักทักษา เลข ทะเบียนรถมงคล สำหรับผู้ที่เกิดวันพุธ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ห้ามใช้ตัวอักษร จ ฉ ช ซ ฌ ญ (อักษรกาลกิณี)

ตัวเลขกาลกิณี ห้ามไม่ให้มีเลข 3 และเลข 8

ตัวเลขบนทะเบียนตัวสุดท้าย ห้ามเป็นเลข 3

สีรถที่ถูกโฉลกกับเลขทะเบียน คือ สีเหลือง

สีต้องห้ามสำหรับคนเกิดวันพุธ (กลางวัน) คือ สีส้ม สีทอง

ดูดวงทะเบียนรถสำหรับผู้ที่เกิดวันพุธกลางคืน

เมื่อยึดถือตามหลักทักษา เลข ทะเบียนรถมงคล สำหรับผู้ที่เกิดวันพุธกลางคืน มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ห้ามใช้ตัวอักษร บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม (อักษรกาลกิณี)

ห้ามไม่ให้มีเลข 5 และเลข 4

ตัวเลขบนทะเบียนตัวสุดท้ายห้ามเป็นเลข 3 กับ 5

สีรถที่ถูกโฉลกกับเลขทะเบียน คือ สีขาว

สีต้องห้ามสำหรับคนเกิดวันพุธ (กลางคืน) คือ สีส้ม สีทอง

ดูดวงทะเบียนรถสำหรับผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

เมื่อยึดถือตามหลักทักษา เลข ทะเบียนรถมงคล สำหรับผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ห้ามใช้ตัวอักษร ด ต ถ ท ธ น (อักษรกาลกิณี)

ห้ามไม่ให้มีเลข 7

สีรถที่ถูกโฉลกกับเลขทะเบียน คือ สีดำ สีม่วง สีน้ำเงิน

สีต้องห้ามสำหรับคนเกิดวันพฤหัสบดี คือ สีส้ม

ดูดวงทะเบียนรถสำหรับผู้ที่เกิดวันศุกร์

เมื่อยึดถือตามหลักทักษา เลข ทะเบียนรถมงคล สำหรับผู้ที่เกิดวันศุกร์ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ห้ามใช้ตัวอักษร ย ร ล ว (อักษรกาลกิณี)

ห้ามไม่ให้มีเลข 7 และเลข 8

ตัวเลขบนทะเบียนตัวสุดท้าย ห้ามเป็นเลข 8

สีรถที่ถูกโฉลกกับเลขทะเบียน คือ สีชมพู แดง

สีต้องห้ามสำหรับคนเกิดวันศุกร์ คือ สีดำ

ดูดวงทะเบียนรถสำหรับผู้ที่เกิดวันเสาร์

เมื่อยึดถือตามหลักทักษา เลข ทะเบียนรถมงคล สำหรับผู้ที่เกิดวันเสาร์ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ห้ามใช้ตัวอักษร ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ (อักษรกาลกิณี)

ห้ามไม่ให้มีเลข 4 และเลข 6

ตัวเลขบนทะเบียนตัวสุดท้าย ห้ามเป็นเลข 4

สีรถที่ถูกโฉลกกับเลขทะเบียนได้แก่ สีน้ำเงิน

สีต้องห้ามสำหรับคนเกิดวันเสาร์ คือ สีเขียว สีแสด

การ ดูดวงทะเบียนรถ เป็นความเชื่อด้านเลขศาสตร์ที่หลายคนให้ความสำคัญ เพราะเชื่อว่าหากมีเลขดี เลขมงคล ก็จะช่วยส่งเสริม เกื้อหนุนให้ชีวิตในแต่ละด้านประสบผลสำเร็จ ทั้งเรื่องเงินทอง การงาน การเจรจา ความรัก โชคลาภ รวมไปถึงเรื่องการเดินทาง ในทางกลับกันหากมีตัวเลขที่ไม่มงคลตามความเชื่อก็จะส่งผลไม่ดีให้กับชีวิต

แหล่งที่มา: https://www.hengleasing.com/เทคนิค-ดูดวงทะเบียนรถ/

ล้างห้องเครื่องยนต์ดีไหม? มีอะไรบ้างที่ต้องระวัง!!

เมื่อคุณจะทำความสะอาดรถยนต์ที่รักของคุณ ก็อยากจะให้สะอาดในทุกส่วน ทั้งภายนอก ภายในหรือแม้กระทั้ง ”ห้องเครื่อง” ที่เหมือนจะเป็นส่วนที่สกปรกได้ยากกว่าภายนอก แต่จริงๆแล้วห้องเครื่องยนต์จะสกปรกจาก ฝุ่น เศษดิน เศษโคลนที่กระเด็นมายามขับขี่

การล้างห้องเครื่องยนต์ในรถรุ่นใหม่ๆ ควรมีความใส่ใจที่มากกว่า ไม่ใช่การเอาน้ำราดหรือปืนแรงดันสูงมาฉีดใส่ห้องเครื่องยนต์ จะส่งผลเสียต่อระบบอิเล็กทรอนิกส์ของรถได้ง่าย อาจทำให้เกิดความเสียหายมากกว่าผลดี ระบบของเครื่องยนต์ที่ปัจจุบันมีการนำไฟฟ้า ระบบจุดระเบิด หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เข้ามามีส่วนสำคัญทั้งหมดในการทำงานและระบบเหล่านี้ค่อนข้างจะมีความ Sensitive ต่อความชื้นได้ง่าย

I. เครื่องยนต์สะดุด เกิดจากอะไร ?

ความแตกต่างระหว่างห้องเครื่องที่สกปรกกับห้องเครื่องที่ทำความสะอาดแล้ว

อีกทั้งยิ่งวัสดุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสายไฟ ปลั๊กเสียบต่างๆ ทำจากวัสดุที่อาจจะไม่สามารถทนต่อความชื้นและความเป็นด่างของผงซักฟอกได้ยิ่งจะทำให้อายุการใช้งานของชิ้นส่วนเหล่านั้นลดน้อยลงไปอีก

ยิ่งถ้าใช้ปืนแรงดันสูงเพราะหวังจะให้คราบสกปรกในห้องเครื่องยนต์ออกไปได้อย่างง่ายดาย แต่ผลเสียที่รถจะต้องเสี่ยงนอกจากความชื้น ความแรงของน้ำอาจจะไปทำให้สายไฟ ปลั๊กต่างๆ ของเครื่องยนต์เปื่อย หลุด ขาด พัง หนักเข้าไปอีก

ดูเหมือนว่าจะมีแต่ข้อเสียถ้าจะทำความสะอาดห้องเครื่องให้ดูใหม่เอี่ยมอยู่ตลอดเวลา แต่จริงๆ แล้วถ้าทำความสะอาดได้ถูกวิธี ความเสี่ยงเหล่านั้นก็จะหมดไป แนะนำในเรื่องการเลือกร้านคาร์ แคร์ที่จะเข้าไปใช้บริการก่อนเป็นอันดับแรก ควรจะเป็นร้านที่ดูมีคุณภาพการบริการดีหน่อย อย่าเลือกเข้าพวกร้านล้างรถแท็กซี่ เพราะการเอาใส่ใจในขั้นตอนทำความสะอาดแตกต่างกันตามราคาล้างห้องเครื่องรถยนต์ ค่าบริการ

ถ้าเทียบกับร้านคาร์แคร์ที่มีคุณภาพดีบางร้านพวก Car Detailing ก็จะมีเครื่องมือใช้ในการทำความสะอาดที่ทันสมัยเฉพาะเจาะจงในห้องเครื่อง พวกระบบ Dry Ice ที่จะมีความสามารถในการซอกซอนตามจุดเล็กๆ ได้มากกว่า และถ้าเกิดล้างห้องเครื่องให้รถของคุณแล้วรถเกิดมีปัญหาเราพวกนี้เขาจะต้องรับผิดชอบให้กับความเสียหายของรถคุณ ราคาค่าบริการแพงกว่าก็ต้องได้ความมั่นใจในบริการมากกว่า

เลี่ยงการใช้น้ำแรงดันสูงฉีดไปที่ห้องเครื่องจะทำให้เกิดความเสียหายได้

หรือถ้าคุณคิดจะล้างห้องเครื่องด้วยตัวเองก็ทำได้ไม่ยากแต่ไม่แนะนำให้ล้างบ่อยๆ โดยสิ่งที่ต้องนึกถึงเสมอคือ อย่าใช้น้ำแรงดันสูงกับห้องเครื่องยนต์ ไม่ว่าจะกรณีใดก็ตาม ให้ใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆ เช็ดที่คราบสกปรกแทน ถ้าคราบสกปรกติดแน่นอาจใช้เป็นพวกแชมพูทำความสะอาด หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสำหรับส่วนของห้องเครื่องยนต์โดยเฉพาะ ที่ส่วนผสมจะไม่ไปส่งผลต่ออุปกรณ์ต่างๆ ของตัวเครื่องก็ช่วยให้ทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น ค่อยๆ ใช้แปรงถูด้วยความระมัดระวังเพราะถ้าไม่ระวัง แปรงหรือมือของคุณอาจไปเกี่ยวสายไฟขาด โดนปลั๊กระบบต่างๆ หลุดขึ้นมาได้ จากนั้นใช้ผ้าเช็ดออก ตามด้วยใช้ลมเป่าให้แห้งคือสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้

หลังจากใช้พวกแชมพูทำความสะอาดห้องเครื่องรถยนต์สิ่งสำคัญที่ต้องเป่าลมให้แห้ง ไม่ให้เกิดความชื้น

การทำความสะอาดห้องเครื่องไม่ได้ยาก เพียงแต่ต้องระวังในการทำความสะอาดมากกว่าส่วนอื่นๆ แต่ก็ไม่ควรทำบ่อยนัก ไม่จำเป็นต้องล้างทุกครั้งที่ล้างรถ รอให้สกปรกมากๆ ค่อยล้างก็ได้ แต่ถ้าใครเป็นคนรักความสะอาดก็ลองนำคำแนะนำไปใช้กันดูครับ

แหล่งที่มา: https://chobrod.com/tips-car-care/ล้างห้องเครื่องยนต์ดีไหม-มีอะไรบ้างที่ต้องระวัง-1685

เคล็ดลับการดูแลเบาะหนังให้ดูดีไปนานๆ

เพื่อความหรูหราสร้างความภูมิฐานในการเป็นเจ้าของรถสักคันหนึ่ง หลายคนเลือกรุ่นท็อปหรือรุ่นที่ภายในตกแต่งด้วยวัสดุหนัง โดยเฉพาะเบาะนั่ง ไม่ว่าจะเป็นหนังแท้และหนังเทียม ซึ่งนอกจากความหรูหรา หรือคลั่งไคล้ในกลิ่นหนังแล้ว หลายคนยังมองว่าเบาะหนังนั้นทำความสะอาดง่ายกว่าเบาะผ้ากำมะหยี่ทั่วไป

ตามหลักความจริงก็มีส่วน เพราะผ้ากำมะหยี่จะเป็นที่สะสมเศษฝุ่น เศษผง รวมถึงกลิ่นอับต่างๆ ถ้าดูแลรักษาไม่ดี การทำความสะอาดรอยเปื้อนก็ยุ่งยากเช็ดธรรมดาไม่ค่อยจะออกทิ้งรอยคาบไว้อีกต่างหาก แต่บรรดาพวกเบาะหนังนั้นถึงแม้จะมีข้อดีกว่า แต่การใช้งานก็ต้องระมัดระวัง รวมถึงต้องมีการดูแลรักษาเช่นกัน

เบาะหนังเทียม เป็นที่นิยมกันอย่างมาก เพราะรักษาง่ายกว่าวัสดุตัวอื่น ไม่เก็บความชื้น แต่ก็อมความร้อน  ผิวสัมผัสสบายไม่ลื่นมาก ความทนทานอาจจะน้อยกว่าวัสดุชนิดอื่น แต่การดูแลรักษานั้นไม่ยุ่งยาก อย่าพยายามให้โดนแดดบ่อย ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องจอดรถกลางแดด ให้หาที่บังแดดปิดกระจกบังลมหน้าไว้ พอช่วยได้บ้างดีกว่าปล่อยให้โดนแสงแดดโดยตรง จะทำให้มีความร้อนสะสมมากขึ้น ซึ่งก็เหมือนวัสดุชนิดอื่นๆ เมื่อโดนแดดบ่อยๆ มันก็เสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว โดยหนังเทียมนั้นเมื่อโดนแดด หรือความร้อนสะสมสูงๆ จะแข็ง และเริ่มแตกเป็นลายการทำความสะอาดนั้น แนะนำให้ใช้ผ้าชุบน้ำแล้วบิดพอหมาดๆ เช็ดแค่นั้นพอ บรรดาน้ำยาเคลือบเงาใช้ได้ แต่ไม่แนะนำให้ใช้บ่อยหรือถี่จนเกินไป จะทำให้หนังนั้นแข็งและแตกได้ ห้ามใช้สารตัวทำละลายพวก Solvent เช็ดรอยด่าง เป็นอันขาด

เบาะหนังแท้ เรียกได้ว่าเป็นวัสดุที่ดูหรูหรา ภูมิฐาน มีความคงทนสูงหากดูแลรักษาและใช้อย่างถูกวิธี ด้วยคุณสมบัติที่เก็บความชื้นได้ดีกว่าหนังเทียม จึงต้องพิถีพิถันในการดูแลรักษามาเป็นพิเศษ ระมัดระวังอย่าให้ถูกแสงแดดนานๆ เพราะจะทำให้ผิวหน้าของวัสดุหนังกรอบได้เร็วกว่าปกติ อันเนื่องมาจากรังสี UV พยายามอย่าโดนน้ำหรือความชื้น

เพราะหนังแท้มีคุณสมบัติซึมน้ำได้พอสมควรและที่สำคัญเมื่อหนังเกิดความชื้นขึ้นจะเป็นที่สะสมของเชื้อแบคทีเรีย และจะตามมาด้วยกลิ่นอับ ไม่ควรเช็ดเบาะด้วยน้ำยาเคลือบเบาะบ่อยนัก ควรใช้เท่าที่จำเป็น เพราะว่าเมื่อเราเช็ดไปแล้วนั้นน้ำยาต่างๆ ที่เราใช้เช็ดจะเข้าไปฝั่งอยู่ที่ผิวของเบาะหนัง เมื่อบรรดาสารดังกล่าวเสื่อมก็จะกลายเป็นสารที่มีความหนืดสูงซึ่งจะทำให้ตัววัสดุหนังแข็งขึ้นทำให้ต้องทาซ้ำใหม่เพื่อให้กลับมานิ่มเหมือนเดิม แต่ก็มีผู้นิยมรถหรูแนะนำกันไว้ให้ใช้ Vaseline ทาบางๆจ ะทำให้เบาะหนังไม่กรอบง่าย

ข้อแนะนำการทำความสะอาดทั้งเบาะหนังเทียม และเบาะหนังแท้นั้น ไม่ควรทำในขณะที่ตัวเบาะมีความร้อนสูง ไม่ควรใช้ผ้าที่มีผิวหยาบเช็ด ไม่ยากกับการดูแลวัสดุเบาะหนัง เพิ่มเงินจ่ายกันมาแพงแล้ว ก็ต้องดูแลรักษากันให้ดี

หากเบาะรถคุณมีปัญหา ให้อู่ซ่อมแนะนำจากเราช่วยซ่อมแซมให้ได้ เพียงเป็นเจ้าของประกันภัยชั้น 1 แบบสบายๆ กับ Roojai.com ประกันภัยรถยนต์ออนไลน์ แบ่งชำระเบาๆ ดอกเบี้ย 0% 10 เดือน เริ่มคุ้มครองทันที การันตีถึงที่เกิดเหตุภายใน 30 นาที คลิกเช็คเบี้ย! และซื้อประกันชั้น 1 กับเรา เลยวันนี้

แหล่งที่มา: https://www.roojai.com/article/car-parts-and-car-accessories/tips-to-keep-leather-seat-good/

วิธีซ่อมกระจกรถยนต์ ที่ถูกหินดีดง่ายๆด้วยตัวเอง

เพื่อนๆหลายคนคงเคยประสบปัญหาในการถูกหินดีดเข้ากระจกหน้ากันบ่อยๆใช่ไหมครับ แน่นอนว่าหินเหล่านั้นมันมักจะทิ้งร่องรอยที่ทำร้ายจิตใจเราไว้เสมอ ซึ่งร่องรอยของมันก็มีตั้งแต่เล็กจิ๋ว ไปจนเท่าลูกปิงปองเลยก็มีครับ ซึ่งรอยแผลดังกล่าวก็จะติดตัวลูกรักของเพื่อนๆไปตลอด จนกว่าจะไปเสียเงินซ่อมมัน

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

1. แอลกอฮอล
2. มีดโกนรุ่นเก่า หรือ คัตเตอร์
3. สก๊อตเทปใส
4. กาวตราช้าง
5. กระดาษทรายขัดเหล็ก (กระดาษทรายน้ำ) เบอร์ 1000-1500
6. น้ำเปล่า
7. น้ำยาขัดสีรถยนต์ (คนละชนิดกับน้ำยาเคลือบสีนะครับ)
8. ถ้ามีเครื่องเป่าลมก็จะดีมากใช้ที่เป่าลมทำความสะอาดกล้องถ่ายรูปก็ได้ ถ้าไม่มีก็ต้องใช้ปากเป่าล่ะครับ

วิธีซ่อมกระจกรถยนต์ ที่ถูกหินดีด

1. ใช้เครื่องเป่าลมที่เตรียมไว้ เป่าเข้าไปในรอยแตกของกระจกที่เราต้องการซ่อมแซมครับ เพื่อไล่ฝุ่นละอองต่างๆออก หากใช้ปากเป่าให้เป่าแรงๆนะครับ

2. ใช้แอลกอฮอล์ เช็ดลงบริเวณที่เป็นรอยแตก เพื่อล้างคราบไขต่างๆ

3. ใช้สก๊อตเทปใสที่เตรียมไว้ แปะรอบๆรูที่จะทำการซ่อมแซม

4. นำกาวตราช้าง มาหยอดลงไปในรู โดยหยอดให้มันล้นออกมาจากรูเล็กน้อย ถ้าดูด้านข้างจะเห็นว่ามันนูนๆ จากนั้นรอให้แห้ง โดยห้ามยุ่งกะมันเด็ดขาดนะครับ

5. ใช้มีดโกน ปาดกาวตราช้างส่วนที่มันแข็งๆเกินๆ ออกไปให้เรียบเสมอกระจก

6. ใช้กระดาษทรายเบอร์ 1000 จุ่มน้ำ แล้วขัดเบริเวณรอบๆรู เบาๆ อย่าให้เลย เขตเส้นของเทป ตามด้วยเบอร์ 1500 ตอนขัดนี่ขอให้ปราณีตที่สุด ค่อยๆ เบาๆ ไม่งั้นกระจกส่วนอื่นอาจจะเป็นรอยได้ จากนั้นลอกเทปใสออก

7. นำยาขัดสี มาขัดบริเวณนั้น ควรขัดให้เนื้อกระจกดูเรียบเท่ากันกับเนื้อเดิม ยาขัดสีจะมีคุณสมบัติเหมือนกระดาษทรายเบอร์ 2000 แต่ในกรณีที่ไม่มีทั้งกระดาษทราย และยาขัดสี ก็ไม่ต้องขัดเลยครับ ถ้าหยอดกาวดีๆ แทบไม่ต้องขูดกาวออกด้วยซ้ำ

7 ขั้นตอนง่ายๆแค่นี้ หากทำอย่างถูกวิธี ล่องรอยที่เคยทำร้ายจิตใจเพื่อนๆก็แทบจะมองไม่เห็นอีกเลย จะให้ดียิ่งขึ้นก็ซื้อน้ำยาประเภท clear view มาเคลือบกระจกอีกหนึ่งครั้ง ส่วนเรื่องที่ว่ากาวจะอยู่นานขนาดไหน ก็ขึ้นอยู่กับการซ่อมและการใช้งานครับ โดยอายุของกาวมีตั้งแต่ 1 อาทิตย์ ไปจนถึงครึ่งปี

แหล่งที่มา: https://www.thaicarlover.com/วิธีซ่อมกระจกรถยนต์/46587

ดูดวงเวลาที่เป็นมงคลสำหรับการออกรถ

ดูดวงการพิจารณาหาวันที่ดีและเหมาะสมนั้น(วันมงคล) ก็คือ ห้ามใช้ฤกษ์ที่เป็นวันกาลกิณีกับวันเกิดของเจ้าของรถอย่างเด็ดขาด ซึ่งมีหลักพิจารณา ดังนี้

ดูดวงคนเกิดวันอาทิตย์

  • ห้ามใช้ฤกษ์วันศุกร์ ต่อให้ฤกษ์ดีอย่างไรก็ไร้ผล ควรหลีกเลี่ยง

ดูดวงคนเกิดวันจันทร์

  • ห้ามใช้ฤกษ์วันอาทิตย์ ต่อให้ฤกษ์ดีอย่างไรก็ไร้ผล ควรหลีกเลี่ยง

ดูดวงคนเกิดวันอังคาร

  • ห้ามใช้ฤกษ์วันจันทร์ ต่อให้ฤกษ์ดีอย่างไรก็ไร้ผล ควรหลีกเลี่ยง

ดูดวงคนเกิดวันพุธ(กลางวัน)

  • ห้ามใช้ฤกษ์วันอังคาร ต่อให้ฤกษ์ดีอย่างไรก็ไร้ผล ควรหลีกเลี่ยง

ดูดวงคนเกิดวันพุธ(กลางคืน)

  • ห้ามใช้ฤกษ์วันเสาร์ ต่อให้ฤกษ์ดีอย่างไรก็ไร้ผล ควรหลีกเลี่ยง

ดูดวงคนเกิดวันพฤหัสบดี

  • ห้ามใช้ฤกษ์วันเสาร์ ต่อให้ฤกษ์ดีอย่างไรก็ไร้ผล ควรหลีกเลี่ยง

ดูดวงคนเกิดวันศุกร์

  • ห้ามใช้ฤกษ์วันพุธ(กลางคืน) ต่อให้ฤกษ์ดีอย่างไรก็ไร้ผล ควรหลีกเลี่ยง

ดูดวงคนเกิดวันเสาร์

  • ห้ามใช้ฤกษ์วันพุธ(กลางวัน) ต่อให้ฤกษ์ดีอย่างไรก็ไร้ผล ควรหลีกเลี่ยง

ดูดวงเวลาที่เป็นมงคลในแต่ละวัน เวลาที่ควนนำรถออกจากอู่หรือเต้นซ์ ในแต่ละวันมีดังนี้

ดูดวงวันอาทิตย์ ควรนำรถออกเวลา 06.09-08.39 น. (ฤกษ์ดีมาก) และอีกช่วงหนึ่งเวลา 13.39-15.09 น. (ให้โชคลาภ)

ดูดวงวันจันทร์ ควรนำรถออกเวลา 09.19-10.05 น. (ฤกษ์ดี) และอีกช่วงหนึ่งเวลา 16.19-17.59 น. (ให้ลาภและมีเสน่ห์)

ดูดวงวันอังคาร ควรนำรถออกเวลา 11.09-12.59 น. (ฤกษ์ใช้ได้) และอีกช่วงหนึ่งเวลา 06.39-08-29 น. (ช่วงเวลานี้พอใช้ได้)

ดูดวงวันพุธ ควรนำรถออกเวลา 08.49-10.59 น. (ฤกษ์ปานกลาง) และอีกช่วงหนึ่งเวลา 13.09-15.29 น. (มีโอกาสได้ลาภ)

ดูดวงวันพฤหัสบดี ควรนำรถออกเวลา 10.39-11.09 น. (มีโชคลาภ) และอีกช่วงหนึ่งเวลา 17.09-17.59 น. (ฤกษ์ปลอดภัย)

ดูดวงวันศุกร์ ควรนำรถออกเวลา 06.39-08.59 น. (ฤกษ์ดีมาก) และอีกช่วงหนึ่งเวลา 13.39-14.59 น. (ให้โชคลาภ)

ดูดวงวันเสาร์ ตามหลกโหราศาสตร์ ถือเป็นวันดุ หรือวันแรงโบราณ ท่านว่าห้ามนำรถ หรือยานพาหนะออกจากเต้นท์ หรือจากอู่อย่างเด็ดขาด ควรหลีกเลี่ยง

แหล่งที่มา: ยอดทิพย์.คอม ขอบคุณภาพประกอบ : Getty Images

check-credit